เริ่มต้นของการติดต่อระหว่าง2มิติ
การที่ติดต่อกับจิตอีกดวง ที่อยู่คนละมิติ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้เราตั้งใจฝึกฝน ปัฏิบัตจนบรรลุฌาณ ถ้าจิตอีกดวงที่อยู่คนละมิติ ไม่เปิดให้เราเห็นหรือไม่ต้องการที่จะติดต่อกับเรา ก็ไม่สามารถที่จะทะลวงมิติผ่านเข้าไปของอีกฝั่งได้ ถ้าเปรียบเสมือนการจูนคลื้นพลังงานวิทยุ ที่เราจะฟังหรือเข้าไปเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ถ้าคลื้นที่เราจูนนั้น เเรงจริงเเต่เข้าไปไม่ถึง เพราะมีประตูมิติขวางอยู่ ก็เท่ากับการติดต่อระหว่างมิตินั้นก็ไม่เป็นผล หรือมักจะคลื้นพลังงานอื่นมาเเทรก รบกวนเเทนก็เป็นได้ บางคนที่พยายามใช้ฌานที่ตัวเองมี เพื่อดึงดันเข้าไป สุดท้ายกลายเป็นบ้า หรืออาจไม่ได้กลับมาก็มี ถ้ามิติที่เราเผลอเข้าไปนั้น เป็นดินเเดนที่ดี สวยงามก็ดีไป เเต่ถ้าดันจูนพลังงาน หลงเข้าไปในมิตินรก เเบบนั้นก็ถือว่าตกนรกตั้งเเต่อายุขัยยังไม่หมดเลยทีเดียว ความผิดของการฝืนประตูมิตินั้น รุนเเรงยิ่งกว่ากฏใดๆทั้งสิ้น เพราะประตูมิตินั้นจะถูกสร้างขึ้นจากกำเเพงทิพย์ที่ทำหน้าที่กั้นระหว่างโลก ของเเต่ละมิติไม่ให้มาชนกัน
ถามว่า: ทุกมิติเขาอยู่ยังไง เราสามารถเห็นพวกเขาได้มั๊ย
ตอบ : เขาก็อยู่เหมือนมิติเรานี่เเหล่ะ ใช้ชีวิตปกติ มีสุขมีทุกข์คล้ายๆกัน เพียงเเต่ทุกมิติเขามีความต่างของความละเอียดของ กาย สังขาร เสวยสุข ทุกข์ต่างกัน เช่นมิติของผี เขาก็จะอยู่ซ้อนกับมิติเรา เเต่ของเขา ความทุกข์จะมากกว่า เพราะมิตินี้ต้องวนเวียนกับการชดใช้กรรมจนหมดวาระ ส่วนประตูเเห่งการชดใช้กรรม ก็มีอีกหลายหลายตามเเต่กรรมนำพาไปให้ไปเเห่งดินเเดนใด
ส่วนเราจะสามารถมองเห็นพวกเขาได้มั๊ย มีมั๊ยที่คนต่างมิติมาเจอกัน ชนกัน คำตอบคือมี เเต่ส่วนน้อยมากที่มีคนเจอเหตุการณ์นี้ ส่วนมากจะบังเอิญ จากคลื้นบางอย่างของเเต่ละฝ่าย ดันมาเจอมาจูนเข้ากันพอดี ในขณะนั้นก็เป็นได้ เหตุุการณ์เเบบนี้ทั้ง2ฝ่ายจะงงเเละไม่เข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองได้ไง
เหตุการณ์ข้าพเจ้า เคยเจอกับเหตุการณ์หนึ่ง เป็นเหตุการณ์ที่เจอเเบบไม่คาดคิดมาก่อน ใครอยากรู้ก็ลองเข้าไปอ่าน ในหัวข้อ เดินชนวิญญาน
ถาม : เเล้วมิติของคนไกล้ตายหรือเพิ่งตาย ใช่มิติเดียวกันมั๊ย
ตอบ : เเค่ในบางกรณีเท่านั้น เช่นพวกที่ทำบาปมาก หรือตายเเบบถึงวาระขัยพวกนี้ตายปุ๊บจะมียมบาลหรือมีคนมายืนรอรับเพื่อไปลงโทษทันที เเต่ถ้าตายเเบบทรมาน กระทันหัน เเล้วอายุขัยยังไม่หมด เช่น โดนรถชนตายบ้าง ถูกฆ่าบ้าง หรืออะไรก็เเล้วเเต่ที่ถูกกระทำเเบบทารุน พวกนี้จะน่าสงสารมาก เพราะนอกจากยังไปใหนไม่ได้เเล้ว ยังต้องรออยู่ตรงจุดที่ตายเพื่อให้ถึงอายุของตนจริงๆ ถึงจะถูกเรียกเพื่อตัดสินหรือพิจารณาต่อไป มิติที่รอนี้ ข้าพเจ้าจะขอเรียกว่า มิติพักวิญญานก็เเล้วกันนะ จะได้เข้าใจเเละมองเห็นภาพออก
มิตินี้ก็จะอยู่ซ้อนกับมิติมนุษย์เเละมิติวิญญานอีกที (บอกเลยถ้าใครเคยฝันเห็นเเละเคยไปเเละได้กลับมาเล่า คนๆนั้นมักจะเกิดจากพลังงานบางอย่างที่สูงกว่า บารมีสูงกว่าพาไปเเล้วต่อชีวิตให้ เเต่ส่วนมากประเภทนี้ชีวิตเดิมๆที่เป็น เเทบจะทำไม่ได้เหมือนเก่าอีกเลย เพราะมันต้องเเลกมากับการมีข้อเเม้ เช่นบางคนต้องเดินทางธรรมอย่างเดียว บางคนมุ่งสร้างบารมีอย่างเดียว บางร่างต้องทำหน้าที่ให้อย่างเดียวก็มี ซึ่งนี้เเหล่ะคือจุดอ่อนที่ส่วนมาก เขาอยากฝืนอยากกลับไปใช้ชีวิตปกติ เเต่มันทำไม่ได้เหมือนเเต่ก่อนเเล้ว ยิ่งฝืนยิ่งหนี ยิ่งโดนหนัก)
ทีนี้มาเล่ามิติพักวิญญานกันว่ามิติเขาเป็นยังไง
มิตินี้ร่างที่ไกล้ดับจะฝันเห็นบ่อยมากๆ เเละเกิดขึ้นเเทบทุกวัน เช่นเห็นตัวเองเดินเข้าไปหน้ากำเเพงมืด เเล้วหน้ากำเเพงก็จะเห็นเทียนมากมาย ถูกจุดเเละตั้งเรียงรายเต็มไปหมด บางเทียนก็กำลังลุกเเสงสว่าง บางเล่มก็ไกล้จะหมด เเต่ไฟก็ยังลุกสว่างอยู่ เเต่บางเทียนไฟกำลังหริบหรี่ลงเหลือเกิน ทั้งๆที่เทียนเหลือเกินครึ่ง เช่นของผู้เขียนเอง ในขณะที่มองไปรอบๆตัวเองก็สะดุด ไปหยุดเอาเทียนเล่มหนึ่ง ซึ่งไฟเทียนเเสงดูเหมือนหรี่ลงจนเกือบดับสนิท เเล้วสิ่งที่สำคัญสุดคือ ในไฟเทียนนั้น กลับเห็นตัวเราอยู่ในนั้น มันเหมือนกระจกตัวเรา ที่ถูกย่อให้อยู่ในนั้น คือมองเห็นหมดว่า เรากำลังทำอะไร อยู่ที่ใหน เเล้วพอมองไปเทียนเล่มอื่นๆ คือทุกเล่มในไฟที่กำลังลุกอยู่ จะมีภาพของคนเเต่ละคน อยู่ทุกเล่ม มันเหมือนกับเทียนชีวิตซะงั้น เเละพอมองเข้าไปในกำเเพง เหมือนขาวที่ถูกก่อขึ้น เเล้วหาที่สุดไม่เจอ เเละพอมองเข้าไปในกำเเพง จะไม่เห็นอะไรเลย ข้างในมืดสนิท ที่ตรงนั้นไม่มีใคร นอกจากตัวเราที่ดูเทียนตัวเองกับกำเเพงมืดเท่านั้น ส่วนฝันต่อมาก็จะเห็นตัวเองเข้าไปอยู่ในบ้านหรือที่ๆเเห่งหนึ่ง ซึ่งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ใหน (ที่นี่เเหล่ะที่ข้าพเจ้าเรียกมันว่า มิติหรือที่พักวิญญาน) ที่นี่ดูเหมือนโลกทั้งใบมันมีอยู่เเค่บริเวณที่เราอยู่ เช่นถ้าอยู่ในหมู่บ้าน โลกมันจะให้เราเห็นเเค่นั้น ที่นั่นไม่มีพระอาทิตย์ ไม่มีเเสงสว่างจ้าเหมือนมิติมนุษย์ ถ้าเปรียบก็เหมือนเอาตะเกียงหรือไฟฟ้ามาตั้งให้อยู่พอมองเห็นคนข้างๆ บริเวณรอบๆที่เราอยู่เท่านั้น นอกนั้นมืดหมด ตอนฝันเห็นบ่อยครั้ง จนทำให้ตัวเองเครียดเเละกลัวตายมาก (เเต่ก็ถามตัวเองตลอดว่า เรามาที่เเห่งนี้ได้ยังไง เเล้วที่นี่คือที่ใหน)
เเต่เชื่อเถอะ ถ้าใครเคยฝันหรือเห็นลักษณะนี้คือ มันจะมีเหตุการณ์อีกมากมายที่คอยมาย้ำ มาเตือนเรา ไม่ว่าจากฝัน ไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทุกอย่างจะประดังเข้ามา จนกลายเป็นจิ็กซอร์ต่อกันจนขนลุกเลยทีเดียว มาเล่าต่อ มิติของการพักวิญญาน หลังจากที่เห็นตัวเองไปอยู่ในหมู่บ้านเเห่งนี้ครั้งที่2 สิ่งที่งงมากคือ ทำใมที่นี่ไม่มีพระจันทร์ หรือพระอาทิตย์เลย ดูทุกอย่างมันขรึมไปหมด ผู้คนก็ไม่มีใครยิ้มเลยสักคน ใบหน้าเรียบเฉย ไม่ยินดียินร้าย ไม่มีใครพูดกับใคร ทุกอย่างมันเงียบเหงา เเต่เศร้ามาก เเล้วทุกคนก็พากันยืนมองขึ้นไปบนฟ้า เหมือนพวกเขากำลังรอใครหรืออะไรสักอย่าง (ต้องบอกก่อนว่า ในฝันจิตเรายังทำงานเหมือนเดิม เหมือนเราหลงไปอยู่ในที่ๆหนึ่งเท่านั้น ความนึกคิดยังปกติทุกอย่าง ที่เเตกต่างคือ จิตไต้สำนึกเราเขาจะเป็นเหมือนเข็มทิศ กระซิบบอกเราเป็นระยะๆ ถ้าเราฟังเขานะ) ส่วนใครที่ยังงงว่า จิตกับจิตไต้สำนึกใช่อันเดียวกันมั๊ย ให้ลองเข้าไปอ่านหัวข้อ จิตนอกจิตในตางกันอย่างไร ดูค่ะ เผื่อมองภาพออก เเต่บอกก่อนว่าบางท่านหรือที่อื่นจะเรียกต่างกัน เเต่ความหมายอาจคล้ายๆกัน เเค่เรียกเพื่อให้มองเห็นภาพออกเท่านั้นจะได้ไม่สับสน
ฝันที่3 ก็เกิดขึ้นอีกเเล้ว เเล้วก็มาโผล่ที่ๆเดิม ผู้คนก็ยังทำเหมือนเดิม เเต่มีบางคนนั้นได้หายไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาหายไปใหน หน้าใหม่เข้ามาหรือเปล่า เราก็ไม่ได้สังเกตุหรอก เพราะมัวเเต่งงๆเเละระทึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทุกคนยังหน้าเศร้าเหมือนเดิม ไม่มีใครพูดกับใคร มีเเต่ความเดียวดาย อ้างว้างเเละรอคอย ซึ่งก็ไม่รู้อีกเเหล่ะว่ากำลังรออะไร รอใคร เเล้วขณะนั้นตัวเองก็เเปลก เมื่อจู่ๆก็มาอยู่ในตลาดเเห่งหนึ่ง เเล้วก็เห็นอดีตสามีเดินควงมากับผู้หญิงอีกคน(ตอนที่ยังไม่เลิก เเละผู้หญิงคนนี้มีตัวตนจริงๆ เเละในชีวิตจริงเรายังไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งคู่) ในขณะนั้น เราก็เข้าไปด่า ไปว่าทำใม เขามาเดินควงผู้หญิงอื่น ทั้งๆที่เรายังไม่เลิกกัน เเละบอกเขา ถ้าอยากมีใหม่ก็เเค่ให้บอก เราก็จะปล่อยให้พวกเขาเสพสมกัน ไม่ใช่หลอกเรา เเล้วมาเที่ยวกับอีกคน`` คือในฝันเห็นตัวเองจะเข้าไปตีผู้ชายมากกว่า ที่ถูกหลอก เเต่ในฝันเขาก็บอกว่า " เขาไม่ได้มีใหม่ เเต่เพราะว่า เธอตายไปเเล้ว นานเเล้วด้วย ฉันจึงต้องหาใหม่" ตอนนั้นคือโกรธมากกว่า ที่เเถได้เเบบโง่ๆ เราก็ตอบว่า "เราจะตายได้ไง ก็ยืนด่าเธออยู่นี่ไง" เเต่เขาบอกว่า "เธอตายไปเเล้วจริงๆ" ตอนนั้นพอตื่่นขึ้นมาก็งงมากๆ เเต่จำผู้หญิงคนนั้นได้เเม่นมาก ทั้งๆที่เป็นฝรั่งเเละไม่เคยเห็นมาก่อน เเต่เราก็ไม่เคยบอกเขาเรื่องฝัน (อ้อตอนนั้นยังไม่เลิกกัน)
ต่อมา เราก็ไปเที่ยวเสปนกัน เป็นเกาะเล็กๆของเสปน เราไม่เคยไปทั้งคู่ ไปเที่ยวกันหลายวัน เหตุการณ์ยังปกติ จนมีวันหนึ่ง อดีตผัวบอกเขาจะไปดูบอลในผับ ส่วนเราไม่อยากเเละไม่ชอบบอล เลยขอตัวไปเดินเที่ยวหาด จนเริ่มค่ำเราก็เดินไปหาเขาในผับ เเรกๆก็ยังปกติ เเต่พอจะสั่งเครื่องดื่มเท่านั้นเเหล่ะ คือ ทั้งตัวเเทบจะล้มทั้งยืน เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างเเบบกระทันหัน หัวใจนี่เเทบจะหยุดเต้น ก็พนักงานเสริฟที่เดินมาหาเรา มันคือคนๆเดียวกันในฝันเลย ตอนนั้นรู้เเต่ว่าพูดอะไรไม่ออก ขนลุกไปทั่วร่าง ตอนนั้นเราก็กินไป สังเกตุคนทั้งคู่ไป (คือเเค่อยากรู้ว่า ตัวเองตายจริงอย่างที่ฝันมั๊ย) สรุปคือ ดูเหมือนเขาไม่ได้รู้จักกันเลยสักนิด เราก็ได้เเต่คิดว่า ตัวเองคงเเค่ฝันไป เเต่เมื่อถึงเวลาเดินกลับ เเล้วพากันเดินกลับห้องพัก ในสภาพที่เขาเมาเราก็มึนเอาการ พอเดินมาถึงครึ่งทาง จู่ๆเขาก็หยุดชะงักเดิน เเล้วอาการขนลุกเราก็พร้อมใจลุกซู่ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจู่ๆเขาก็พูดขึ้นว่า "ทำใมที่นี่ ซอยนี้ ตึกนี้ดูมันคุ้นเคยจัง เหมือนเขาเคยเห็นที่ใหนมาก่อน" พอถึงตอนนี้เราก็เลยถามคำที่สงสัยอีกครั้งว่า "เธอเคยเห็นหรือจำอะไรได้หรือเปล่า เช่น สาวเสริฟที่บาร์เมื่อกี๊ หรือที่นี่" เขาก็ตอบว่า"ไม่เคย ก็เขาเพิ่งเคยมาครั้งเเรก จะเคยเห็นได้ไง" เพื่อความเเน่ใจเราไว้ถามเลังเขาหายเมาอีกครั้งดีกว่า หลังจากนั้นเราก็พยายามพิสูตย์ความฝันอีกครั้ง โดยพยายามพาเขาไปที่บาร์นั้นอีกหลายครั้ง เพื่อดูว่าเราเเครฝันหรือมันเป็นจริงกันเเน่ เเต่ดูเหมือน2คนนี้เขาไม่รู้จักกันจริงๆเเห๊ะ (ในความคิด เขาอาจเป็นเนื้อคู่กัน เมื่อชาติใดหรือเปล่า เเล้วคงจำกันไม่ได้) ก็จบไปเเล้ว สำหรับเรื่องราวเกี่ยกับ "มิติพักวิญญาน " เป็นยังไงบ้าง เนื้อเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง เหตุการณ์จริง บวกกับจิตวิญญานที่พาไปเเห่งมิตินี้ ถ้าใครเคยไปอย่าลืมเล่าให้ฟังบ้าง ตัวเองก็อยากรู้ว่า เคยเห็นเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง ขอบคุณที่อ่านเเละติดตามค่ะ